NT PRINTING

สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า อันดับ 1

เรารับผลิต สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า และบริการออกแบบโดยกราฟิกดีไซน์มืออาชีพ เพื่อช่วยให้เเบรนด์คุณดูโดดเด่น สร้างภาพจำต่อผู้บริโภค รวมถึงการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ใช้บริการ

สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า (ตัวอย่าง)

สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
พิมพ์ฉลากสินค้า
พิมพ์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า
สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า

เนื้อสติ๊กเกอร์เเต่ละชนิดที่นิยมใช้กัน

เรทสติ๊กเกอร์ไดคัท

คุณสมบัติเนื้อสติ๊กเกอร์เเต่ละชนิด

ST-PP ฉลากสินค้า เนื้อพลาสติก PP ขาวด้าน

สติ๊กเกอร์ฉลากเนื้อเหนียว ผิวด้านสะท้อนแสงน้อย นิยมใช้กับงานที่ต้องโดนน้ำหรือเปียกน้ำ ลักษณะพื้นผิวจะมีความเรียบเนียนและสวยงามกว่าชนิดอื่นๆ มีความคงทน สามารถกันน้ำได้ 100% ฉีกขาดยาก เหมาะสำหรับติดสินค้าทั่วไปที่ต้องโดนน้ำ ติดเป็นเวลานาน 

ST-PA ฉลากสินค้า เนื้อกระดาษขาวเงา

ลักษณะเป็นเนื้อกระดาษ ทนความชื้น สามารถนำเข้าตู้เย็นได้ แต่ไม่กันน้ำและฉีกขาดได้ เหมาะสำหรับติดลงบนบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ต้องแช่น้ำหรือเปียกน้ำและสินค้าที่ไม่ต้องเก็บรักษาเป็นเวลานาน เป็นรุ่นฉลากสินค้าที่ขายดี เนื่องจากมีราคาถูกกว่าสติ๊กเกอร์ชนิดอื่นๆ

ST-CL ฉลากสินค้า เนื้อพลาสติกโปร่งใส

สติ๊กเกอร์ฉลากเนื้อเหนียว ฉีกขาดยาก สามารถกันน้ำได้ 100% ไม่บดบังความงามของพื้นผิวบรรจุภัณฑ์ เมื่อติดลงไปจะให้ความรู้สึกเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นผิวบรรจุภัณฑ์ เหมาะสำหรับติดขวดโหล ขวดแก้ว หรือติดตรงที่ตัวสินค้าต้องระวังเรื่องโทนสี เพราะพื้นผิวไม่มีรองพื้นสีขาว โทนสีจะเปลี่ยนไปตาม สีของผิววัสดุที่ติด

ST-SV ฉลากสินค้า เนื้อทอง

สติ๊กเกอร์จะสะท้อนแสงเป็นสีมุกสวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างมาก ด้วยเนื้อพลาสติกประกายมุก ทำให้สินค้าดูโดดเด่นมีราคา เนื้อเหนียวฉีกขาดยาก กันน้ำได้ดี เหมาะกับติดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม

🌟🌟🌟🌟🌟

ขั้นตอนการสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า พร้อมไดคัท

1. ส่งไฟล์มายังอีเมล odesignlogo@gmail.com ให้ระบุหัวข้อว่า ชื่องานโดยแจ้งรายละเอียด
– 
ขนาดงานกว้าง x ยาว หน่วยเป็นเซนติเมตร
ระบุชนิดของสติกเกอร์ที่ต้องการ เช่น สติกเกอร์พีวีซีเงา ด้าน สติ๊กเกอร์ใสเงา ใสด้าน สติกเกอร์ PP 
จำนวนที่ต้องการสั่ง หน่วยเป็นดวง
ชื่อ ที่อยู่ในการจัดส่ง และเบอร์โทรศัพท์ผู้สั่งงาน

แนะนำ : ไฟล์ที่เหมาะสำหรับพิมพ์สติ๊กเกอร์ควรเป็นไฟล์ AI  และ เพื่อความรวดเร็วลูกค้าควรทำเส้นไดคัทมาพร้อมเเยก Layer dicut มาให้เรียบร้อย

2. ทางร้านจะส่งแบบไดคัทให้ตรวจก่อนว่า สติกเกอร์ฉลากสินค้าที่ลูกค้าส่งมานั้นถูกต้องตามแบบที่ต้องการหรือไม่
3. 
เมื่อลูกค้ายืนยันแบบไดคัทแล้ว ทางร้านจะแจ้งสรุปยอดค่าใช้จ่าย โดยคำนวนราคาเป็นแผ่น ว่าต้องใช้กี่เเผ่น
4. 
ลูกค้าชำระค่าใช้จ่ายการสั่งทำสติ๊กเกอร์ไดคัท พร้อมแนบหลักฐานส่งกลับมาทาง LINE
5. 
เมื่อทีมงานได้รับหลักฐานการขำระเงินแล้ว จะดำเนินการผลิตทันที โดยระยะเวลาการผลิตงานพิมพ์สติ๊กเกอร์ พร้อมไดคัท ประมาณ 1-3 วันทำการ
6. 
เมื่องานเสร็จจะแจ้งให้ลูกค้าทราบ โดยจะทำการจัดส่ง พร้อมแจ้ง Tracking Number เพื่อสามารถตรวจสอบและติดตามสถานะการจัดส่ง

*** ไฟล์งานสำหรับสั่งผลิต รบกวนส่งทางอีเมล หรือ Line admin ***

ฉลากสินค้าที่ดีจะต้องระบุข้อความต่อไปนี้

1. ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า
2. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า
3. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือนำเข้า มาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
4. ที่อยู่-สถานที่ตั้ง ที่สามารถติดต่อได้จริง
5. ขนาด, มิติ ,ปริมาณ,ปริมาตร,น้ำหนัก หรือจำนวนบรรจุ
6. วิธีใช้
7. ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้
8. คำเตือน (ถ้ามี)
9. วันเดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุ หรือที่ควรใช้ก่อน
10. ราคา พร้อมระบุหน่วยบาท

ฉลากสินค้ามีความสำคัญอย่างไร?

ฉลากสินค้า หรือ ฉลากบนภาชนะบรรจุของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากฉลากสินค้าเปรียบเสมือนหน้าต่างของผลิตภัณฑ์ภายในภาชนะบรรจุ ฉลากสินค้ายังเป็นประโยชน์กับทุกองค์ประกอบในกระบวนการผลิตอาหาร กล่าวคือ ผู้ผลิตอาหารใช้ฉลากสินค้าเป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลและโฆษณาผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคและยังเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และการแข่งขันทางการค้า หน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภคใช้ฉลากสินค้าเป็นเครื่องมือในการติดตามและตรวจสอบคุณภาพอาหารและการให้ข้อมูลความรู้ที่มีประโยชน์แก่ประชาชน ผู้บริโภคสามารถใช้ฉลากสินค้าเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

7 เคล็ดลับการออกแบบ ฉลากสินค้า ออกแบบจบลงตัวยอดขายก็ปังได้ไม่ยาก !!!

1) ข้อมูลเพิ่มเติมตัวสินค้า อ่านง่าย “ไม่ต้องเพ่ง”  โดยทั่วไปฉลากจะเป็นของชื่อผลิตภัณฑ์หรือโลโก้ตราสินค้าเพื่อช่วยสร้างความจดจำ แต่อย่าลืมว่า ทุกตัวโปรดักส์จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลต่าง ๆ ระบุบอกให้ครบด้วยเงื่อนไขของเรื่องกฎหมาย  ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่การออกแบบจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดวางเลย์เอาท์ตำแหน่งของข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ขนาดตัวหนังสือเล็กใหญ่ ต้องอ่านง่าย และไม่เบียดเบียนให้การออกแบบสวย ๆ กลายเป็นรกตาจากข้อมูลที่มากเกิน 

2) ตัวหนังสือที่ใช้ต้องให้ความสำคัญ  การออกแบบฉลาก มักมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่เนื้อหาที่ต้องการจะสื่อบอกถึงผู้ซื้อ และเพื่อความลงตัว คำแนะนำสำหรับคุณในเรื่องการออกแบบสินค้าบนพื้นที่น้อย ๆ ก็คือให้ใช้แบบอักษรเดียวกันหากจำเป็นที่จะต้องมีความต่อเนื่องระหว่างข้อมูล โดยตัวอักษรจะต้องสะท้อนเอกลักษณ์ของตัวสินค้า และสัมพันธ์ลงตัวกับข้อมูลส่วนอื่น ๆ ไม่ดูขัดตา ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยทำให้ฉลากของคุณดูลงตัวมากยิ่งขึ้น 

3) คำนึงถึงพื้นที่สีขาว พื้นที่สีขาวบนฉลากเป็นพื้นที่ของการออกแบบที่นักออกแบบไม่ได้ใช้ข้อความหรือภาพประกอบอื่น ๆ ใส่ลงไป ปล่อยว่างไว้โล่ง ๆ ซึ่งต้องบอกว่าพื้นที่สีขาวนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญเลยในการออกแบบฉลาก ช่วยแยกส่วนข้อมูลที่แตกต่างอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ซื้ออ่านรายละเอียดได้ง่าย แถมยังช่วยในเรื่องของดีไซน์ที่สร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี

4) การใช้คำอธิบายบนฉลาก บางสินค้าจำเป็นที่จะต้องมีคำอธิบายยาว ๆ เพื่อประกอบความเข้าใจให้แก่ผู้ซื้อ การใช้ข้อความสั้น ๆ หรือกราฟิกสวย ๆ หรือเรียบง่ายเกินไป อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดข้อสงสัย ไม่ชัดเจน และเมินหน้าหนีไม่กล้าซื้อสินค้า ดังนั้นอย่าลืมพิจารณาในเรื่องของการใช้คำอธิบายบนฉลากด้วยว่าจำเป็นหรือไม่และควรจัดวางไว้ตรงไหน

5 ) คงไว้ซึ่งต้นตำรับ การทำวิจัยตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย และเมื่อออกแบบฉลากออกมา คุณต้องมั่นใจว่าไม่ซ้ำกับใครโดยเฉพาะคู่แข่งในตลาด การออกแบบที่น่าเบื่อหรือ “ก๊อป” มาจากแบรนด์ไหนในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง นอกจากจะทำให้เกิดข้อสงสัยแก่ผู้ซื้อแล้วยังมีผลต่อเรื่องทางกฎหมายด้วย ต้องใส่ใจสักหน่อยก่อนจะออกแบบฉลากที่สำคัญต้องคงไว้ซึ่งความเป็นออริจินัล ไม่ซ้ำใคร นั้นดีที่สุด

6 ) เรื่องขนาดของฉลาก เล็กไปใหญ่ไป มองข้ามไม่ได้  อย่าใส่ใจแต่ในเรื่องดีไซน์หรือกราฟิกบนฉลากจนลืมให้ความสำคัญต่อเรื่อง “ขนาด” ของตัวฉลาก ขนาดที่ลงตัวย่อมเป็นส่วนเสริมให้ตัวสินค้าน่าสนใจ และยิ่งในทางกลับกันถ้าทำออกมาไม่ดีก็ทำตัวสินค้าถูกลดความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย อย่าลืมพิจารณาให้ครบในเรื่องของฉลากทั้งเรื่องของขนาดและจำนวน เช่นว่าควรมีแค่ด้านหน้าอย่างเดียว หรือควรปิดทั้งหน้าหลังไปด้วยจะสวยกว่าสำหรับตัวสินค้าของคุณ 

7 ) ใส่ในเรื่องคุณภาพงานพิมพ์ฉลาก ออกแบบดี ขนาดใช่ คำอธิบายสินค้าครบ องค์ประกอบทุกอย่างลงตัว แต่สินค้าของคุณก็อาจมา “ตกม้าตาย” เอาง่าย ๆ เพราะเรื่องของ “คุณภาพงานพิมพ์” พิมพ์ไม่ชัด สีผิดเพี้ยน สุดท้ายที่อุตส่าวางแผนมาก็เสียหมดเพียงเพราะแค่เรื่องงานพิมพ์ขั้นตอนเดียว 

ดังนั้นการเลือก โรงพิมพ์ฉลาก ก็เป็นอีกหนึ่งข้อสุดท้ายปลายทางที่คุณไม่ควรมองข้าม เลือกที่เป็นมืออาชีพและเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย เพื่อให้ฉลากของคุณออกมาตอบโจทย์เงื่อนไขความลงตัวของการออกแบบฉลากที่ดีได้มากที่สุด 

 

ฉลากสินค้า ไม่เพียงแต่ประกอบไปด้วย โลโก้ เท่านั้น ยังสามารถระบุข้อมูลอย่างอื่นประกอบลงไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็น ข้อความโฆษณา คำเตือน คำแนะนำ วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ วิธีการเก็บรักษา สถานที่ผลิต เบอร์โทรศัพท์หรือข้อมูลติดต่อ ส่วนประกอบ ส่วนผสมต่างๆ วันผลิต วันหมดอายุ เครื่องหมายสัญลักษณ์การผ่านการรับรองต่างๆ และอีกมากมายที่เราสามารถเห็นได้ตามบรรจุภัณฑ์ตามท้องตลาดทั่วไป หากผลิตภัณฑ์ของเรามีระบุข้อมูลเหล่านี้ไว้ ก็จะช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือให้แก่ผลิตภัณฑ์ และเป็นประโชยน์ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคได้ดีอีกด้วย

ฉลากสินค้า เป็นสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน และสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ฉลากอาหาร ฉลากเครื่องดื่ม ฉลากเครื่องสำอาง ฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือฉลากสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วฉลากสินค้า คืออะไร มีความสำคัญกับผู้บริโภคอย่างไร วันนี้เราจะพาไปดูคำตอบเหล่านี้กันค่ะ

ฉลากสินค้า คืออะไร

ฉลากสินค้า หรือป้ายสินค้า คือ ข้อมูลที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค โดยจะมีข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณ ข้อมูลโภชนาการ หมายเลขทางการค้า เครื่องหมายรับรองต่าง ๆ  เป็นต้น ซึ่งฉลากหรือป้ายสินค้า มักนิยมใช้กันมากกับสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม การติดฉลากไว้ที่บรรจุภัณฑ์อาหาร หรือเครื่องดื่ม จะทำให้ลูกค้าเห็นฉลากได้อย่างชัดเจน

 

ฉลากสินค้าไดคัท คืออะไรนะ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า
คำว่า”ไดคัท ” (Sticker Dicut) ที่พูดถึงในแวดวงงานพิมพ์สติ๊กเกอร์เป็นแบบไหน วันนี้แอดมินเลยขอนำมาฝากเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่กันด้วยเลยคะ

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำฉลากสินค้าต้องมีการสร้างไฟล์งานออกแบบ หรือบางท่านอาจจะเคยคุ้นหูกับประโยคที่ว่า ” ไฟล์งานออกแบบฉลากสินค้า” นั่นเอง ที่จะต้องนำไฟล์แบบมาทำการจัดวางแบบ ตามขนาดที่ต้องการสั่งปริ้น และที่สำคัญเลย คือ ต้องสร้างเส้นไดคัท ให้ตามขนาดที่จะสั่งพิมพ์เพื่อสั่งให้เครื่องพิมพ์อ่านค่าเส้นไดคัทเป็นไปตามรูปทรงตามไฟล์แบบที่สร้างขึ้นมา เช่น รูปทรงกลม รูปทรงหยัก รูปทรงตามตัวอักษร ก็ทำได้  หลังพิมพ์งานออกมาจะได้สีสันตามไฟล์แบบ พร้อมกับได้ขนาดงานพิมพ์ ตามที่ต้องการนำไปแปะใช้งานจริงด้วย ทั้งนี้ การจะกำหนดพื้นที่ในการสั่งพิมพ์นั้นจะคำนวณจากพื้นที่ของรูปแบบแพ็คเก็จว่ามีเนื้อที่พอจะแปะเป็นงานฉลากสินค้าได้ขนาดเท่าไหร่ เพื่อให้พอเหมาะกับการใช้งานและดูสวยงามไปด้วย

หลังจากเครื่องพิมพ์เสร็จแล้ว เครื่องก็จะดำเนินการไดคัท (Dicut) ตามเส้นรูปทรงที่ต้องการ ให้พร้อมเสร็จสรรพ  สามารถดึงออกลอกแปะใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องไปใช้มีดกีด หรือไปตัดเองด้วยมือ การสั่งไดคัทด้วยเครื่องจะสามารถไดคัทได้หลากหลายรูปทรงตามที่เราต้องการอีกด้วย

หลายๆ ท่านอาจจะอยากได้รูปทรง ตามทรงของผลไม้ เช่น รูปกล้วย เราก็สามารถสร้างเส้นไดคัทตามรูปทรงกล้วยได้ด้วย เพื่อให้ได้รูปทรงกล้วยออกมาใช้กับบรรจุภัณฑ์สินค้าให้มีความสวย โดดเด่น สะดุดตามากยิ่ง จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนิยมใช้รูปทรงไดคัทงานฉลากสินค้าเยอะมากขึ้นกว่าเดิม

ข้อควรแนะนำ ควรสร้างเส้นไดคัทของงานสติ๊กเกอร์ ความสูงไม่ต่ำกว่า 3.5 เซนติเมตร  เพื่อให้งานฉลากสินค้าไดคัท มองเห็นแบบ และตัวหนังสืออ่านง่าย สบายสายตายิ่งขึ้น

 

ควรมีข้อมูลอะไรบ้างในป้ายพิมพ์ฉลากติดสินค้า?

บางครั้งเคยเห็นฉลากสินค้าบางชิ้นที่ติดสินค้าบางทีก็ไม่ได้บอกข้อความอะไรมากนัก มีเพียงแต่ชื่อสินค้าหรือโลโก้สินค้า เท่านั้น  (เพิ่งขายสินค้าแนะนำว่าควรใส่ข้อมูลให้ครบจะดีกว่า)

เมื่อสินค้าติดตลาดแล้วหรือพูดง่ายๆ ว่ามีคนรู้จักเยอะแล้วก็ใส่เพียงโลโก้แบรนด์ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับร้านค้าเล็กๆ หรือเพิ่งเริ่มทำธุรกิจจะทำอย่างนั้นได้ไหม ทำได้เหมือนกันแต่อยากให้สร้างแบรนด์โลโก้ไปด้วย

ลูกค้าจะได้จดจำชื่อแบรนด์ จำชื่อสินค้าไปด้วยนั่นเอง 

ข้อมูลสำคัญในการพิมพ์ป้ายฉลากสินค้าควรใส่ข้อมูลอะไรบ้าง

1. ชื่อสินค้า และโลโก้สินค้า (เน้นๆ) วางไว้บนป้ายฉลากเพื่อสร้างความจดจำในชื่อสินค้าเป็นตัวแทนของธุรกิจไปด้วย

2. บอกรายละเอียดข้อมูลสินค้า เช่น ส่วนผสม สรรพคุณ ส่วนประกอบ อัตราส่วน วิธีการใช้อย่างถูกต้องบนป้ายฉลาก

3. แหล่งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย สำคัญมากเพราะจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้มาก จะจัดวางไว้บริเวณด้านล่างป้ายฉลาก