095 789 5245 odesignlogo@gmail.com

กล่องเพื่อบรรจุสินค้าถือว่าความสำคัญกับแบรนด์ไม่น้อย เพราะ สิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นคือกล่องบรรจุภัณฑ์ จึงจำเป็นที่จะต้องจ้างผู้รับผลิตกล่องกระดาษที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้กล่องที่มีความสวยงามโดดเด่น และมีความแข็งแรงทนทานมากพอที่จะปกป้องสินค้าภายในกล่องได้เป็นอย่างดี พร้อมทำให้เจ้าของสินค้าหรือผู้ประกอบการไม่ต้องเสียค่าน้ำหนักในช่วงที่ขนส่งมากจนเกินไป ทั้งยังทำให้สินค้าขายได้ด้วยตัวกล่อง ที่ผ่านการคิดค้นและออกแบบมาแล้วอย่างตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเรื่องที่เจ้าของสินค้าควรรู้ก่อนการสั่งทำกล่อง คือ ความต้องการของตัวเอง, ขนาดของสินค้า, งบประมาณที่มีอยู่ และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการขายคือใคร

ก่อนการว่าจ้างผู้รับผลิตกล่องกระดาษ ผู้จ้างจำเป็นที่จะต้องออกแบบตัวกล่องมาก่อน และต้องรู้ความต้องการของตัวเองมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยรายละเอียดเหล่านี้ คือ

1.ขนาดของกล่องที่ต้องการ

ก่อนอื่นก็ควรปรึกษากับผู้ที่ออกแบบกล่องก่อน ตัวกล่องจะต้องมีความกว้าง x ยาว x สูง ที่เท่าไหร่ เพื่อที่ผู้ผลิตกล่องจะได้เห็นขนาดที่ชัดเจนและสามารถผลิตกล่องตัวจริงออกมาได้รูปทรงและมีมิติตามแบบที่เจ้าของสินค้าต้องการ

2.รูปแบบของกล่อง

ถ้าต้องการกล่องครีมก็ต้องมีขนาดเล็กและเนื้อกระดาษไม่หนามาก หรือถ้าต้องการกล่องเครื่องสำอางก็ต้องเป็นกล่องที่มีความหนาพอประมาณ เพื่อไม่ให้ตัวเครื่องสำอางแตกหรือเสียหาย ดังนั้นผู้จ้างควรต้องบอกเรื่องรูปแบบกล่องให้กับผู้รับผลิตกล่องครีม, กล่องเครื่องสำอาง หรือกล่องที่มีความพิเศษให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รูปแบบและเนื้อกล่องที่ตรงต่อตัวสินค้าและราคาก็ตรงใจอีกด้วย

3.ดีไซน์บนกล่อง

ก่อนที่จะสั่งผลิตกล่อง ผู้จ้างจำเป็นต้องหาผู้ออกแบบโลโก้หรือรูปลักษณ์ของฉลากให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงนำแบบนั้นมามอบให้กับผู้รับผลิตกล่องกระดาษ เพื่อให้สามารถพิมพ์โลโก้หรือข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าลงไปได้อย่างตรงจุดพอดี ทำให้กล่องมีความน่าสนใจและสวยงามมากยิ่งขึ้น

4.ทำมิติทับรอย

เมื่อผลิตกล่องออกมาแล้ว สิ่งที่จำเป็นคือการทำมิติให้กับกล่องด้วยการสร้างรอย เพื่อเวลาใช้งานก็นำกล่องมาพับตามรอยแล้วขึ้นรูป บรรจุตัวสินค้าลงไป และปิดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ตัวผู้ประกอบการก็จะได้กล่องสวยๆ ที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าของตัวเองมากยิ่งขึ้น

การทำกล่องจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกผู้รับผลิตกล่องกระดาษที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้กล่องที่มีคุณภาพ เนื้อกระดาษมีความหนาและแข็งแรง หรือมีความเหนียวมากพอที่จะทนต่อสภาวะอากาศต่างๆ ได้ดี และสามารถรักษาสินค้าที่อยู่ภายในกล่องให้สมบูรณ์ก่อนถึงมือลูกค้า หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุตกหล่นในช่วงขนส่งสินค้า ก็สามารถที่จะลดความเสียหายของตัวผลิตภัณฑ์ได้มากที่สุด ถึงแม้จะป้องกันได้ไม่เต็มร้อย แต่ก็ช่วยเบาความเสียหายลงเหลือเพียงแค่ 60-70% ก็ถือว่าเยี่ยมมากเลยทีเดียว